SHARE

หลังจากที่ 7 -Eleven ไม่รับเติมเงินให้กับ One-2-Call เพราะตกลงกันทางธุรกิจไม่ลงตัว ซึ่งหลายๆ คนก็น่าจะทราบข่าวกันดีแล้วนะครับ แต่มีปัญหาหนึ่งที่ตามมาคือพากันเป็นห่วงกันว่าจะมีปัญหาเรื่องสถานที่เติมเงินรึเปล่า ซึ่งทาง AIS ก็พยายามบอกมาตว่ามีเยอะเพียงพอ แถมยังพ่วงด้วยคำถามว่าเพียงพอนี่คือมีแบ่งเป็นที่ไหนอย่างไรบ้าง ซึ่งวันนี้พอดีได้ข้อมูลจากทาง AIS มาจึงขอนำมาแชร์ให้ได้ทราบกันว่า จุดเติมเงินกว่า 5 แสนแห่งทั่วประเทศนี่ แบ่งเป็นที่ไหนอย่างไรบ้างครับ

คร่าวๆ ว่า มีจำนวนสถานที่เติมเงินรวมทั้งหมดประมาณ 515,000 แห่งของ AIS One 2 Call ณ เดือนตุลาคม 2559

– ตู้เติมเงิน : ตู้บุญเติมกว่า 80,000 จุด, ตู้ซิงเกอร์  30,000 จุด, ตู้ Feel Top 7,300 จุด รวมกว่า 120,000 แห่งทั่วประเทศ

– Big C, Lotus, Family Mart, ไปรษณีย์ไทย, ซีเอ็ด, B2S, Tops, 108shop, MaxValu, Central, Robinson, Rawson 108, CJ Express, Jiffy, Office Mate,  J-Mart, TG, BKK, CSC รวมกว่า 5,000 แห่งทั่วประเทศ

– AIS Shop, Telewiz, AIS buddy ทั่วประเทศ

– ตัวแทนหน่วยเติมเงินวัน-ทู-คอล! 350,000 ราย

– ATM ธนาคารต่างๆ ทั้งหมด 11 ธนาคาร ได้แก่ กสิกรไทย, ไทยพาณิชย์, กรุงเทพ, กรุงศรีอยุธยา, กรุงไทย, ออมสิน, ยูโอบี, ธนชาต, ซีไอเอ็มบี,ทีเอ็มบี และ ธ.ก.ส. มากกว่า 40,000 ตู้ทั่วประเทศ

– นี่ยังไม่นับรวมพวก แอป mobile banking, เว็บไซต์ ต่างๆ , รวมไปถึงเคาต์เตอร์แอร์ดเพลย์ ซึ่งนับรวมๆ แล้วมากกว่าห้าแสนแน่นอน

โดยเมื่อเทียบกับ 7-Eleven ทุกสาขาในประเทศ จำนวนประมาณ 8,900 แห่งทั่วประเทศ (จำนวน ณ สิ้นปี 2558) มันช่างต่างกันมากเสียจริง ก็นับว่า AIS น่าจะมีจุดเติมเงินที่เพียงพอ จากการถอดถอน AIS ออกจาก 7-Eleven ก็ได้เห็นว่าคนเติมเงินจาก 7-Eleven คิดเป็นเงินราว 1,200 ล้านบาทต่อปี ซึ่งหากเทียบกับรายได้ของระบบเติมเงินของเอไอเอสต่อปีที่มีมูลค่าหลายหมื่นล้านบาทแล้ว ก็น่าจะเรียกว่าเป็นผลกระทบที่ไม่ได้มากอะไรนะ ไม่เป็นไร แค่นี้ 7-Eleven ทนได้ ขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอกกก

LEAVE A REPLY