SHARE

วันนี้ผมเรื่องตลกเหน็บแหนมเรื่องหนึ่งมาเล่าให้ฟัง

เรื่องนี้มันเกิดขึ้นหลังจากที่  google ได้เปิดตัวสมารท์โฟนเรือธงรุ่นล่าสุด Pixel 2 และ Pixel 2 XL อย่างเป็นทางการ โดยมีขนาดหน้าจอต่างกัน แต่มีฟีเจอร์และสเปคเหมือนกันแทบทั้งหมด โดยนาย Mario Queiroz รองประธานและผู้จัดการทั่วไปฝ่ายโทรศัพท์ของ Google ได้กล่าวว่า

“คุณสามารถเลือก Pixel ขนาดใดก็ได้ตามต้องการ เพราะคุณจะได้สัมผัสประสบการณ์่ที่ยอดเยี่ยมเหมือนกันทีั้ง 2 รุ่น เราไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องใส่ฟีเจอร์ที่ดีกว่าในสมาร์ทโฟนรุ่นที่มีขนาดใหญ่กว่า”

ซึ่งถือว่าเป็นการแซวค่ายผลไม้กันอย่างโต้งๆ โดยเป็นการอ้างอิงถึง iPhone 8 และ iPhone 8 Plus ของ Apple ที่มีความแตกต่างกันทั้งขนาดและฟีเจอร์ โดย iPhone 8 Plus มีกล้องหลังคู่ที่สามารถถ่ายภาพโหมด Portrait ได้ ในขณะที่ iPhone 8 ที่มีขนาดเล็กกว่า มีกล้องหลังเพียงแค่ตัวเดียว และถ่ายภาพโหมด Portrait ไม่ได้ เรียกได้ว่าถ้าอยากได้ตัวที่ฟีเจอร์ครบๆ เราก็ควรจะต้องซื้อรุ่น Plus ทั้งๆ ที่บางคนก็ไม่ได้ชอบโทรศัพท์หน้าจอใหญ่ๆ สักหน่อย ซึ่งอาจจะไม่ตอบโจทย์บุคคลที่ชอบโทรศัพท์หน้าจอเล็กสักเท่าไหร่นัก

แต่อย่างไรก็ตาม Pixel 2 และ Pixel 2 XL ก็จะรู้สึกแตกต่างกันอยู่เล็กน้อย เพราะใน Pixel 2 XL นั้นมีหน้าจอขนาด 6 นิ้ว ขอบจอบาง และอัตราส่วน 18:9 ในขณะที่ Pixel 2 มีขนาดหน้าจอ 5 นิ้ว มีขอบจอเหมือนเดิม และอัตราส่วน 16:9 ที่เป็นอัตรส่วนที่แตกต่างกัน และตัว XL จะมีความจุแบตเตอรี่มากกว่ารุ่นธรรมดาเพียงเล็กน้อย ซึ่งขึ้นอยู่กับความชอบของผู้ใช้งานอีกด้วย

โดยสเปคเบื้องต้นของ Pixel 2  มีดังนี้

– ชิปเซ็ตประมวลผล Qualcomm Snapdragon 835
– หน่วยความจำแรม (RAM) ขนาด 4GB
– หน่วยความจำภายใน (ROM) ขนาด 64GB และ 128GB
– กล้องดิจิทัลด้านหลังความละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช Dual-LED, พิกเซลขนาด 1.4 ไมครอน, มีขนาดรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.8, ระบบการโฟกัสภาพแบบ Laser Autofocus และ Dual Pixel Phase Detection, ระบบป้องกันภาพสั่นไหว Optical + Electronic Image Stabilization และรองรับการบันทึกวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ระดับ 4K Ultra HD (2160×3840 พิกเซล)
– กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล
– ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 8.0 Oreo
– เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint Scanner)
– รองรับการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C
– รองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth 5.0 และ NFC
– ฟีเจอร์ Active Edge

 

LEAVE A REPLY